พระจันทร์ยิ้ม คนยิ้ม: explore the facial expression

“มองดูจันทร์  ยิ้มแฉ่ง” อย่างน้อยคืนนี้ พระจันทร์ก็ไม่เศร้าและก็ไม่มี facial palsy รอบดาวเสาร์ กับดาวศุกร์เป็นกล้ามเนื้อ Obicularis oculi รอบๆ ดวงจันทร์ เป็นกล้ามเนื้อ Obicularis orisยิ้ม หรือ smile เป็นอากับกิริยาของคนมีความสุข กระนั้นผู้ป่วยทางระบบประสาทหลายคนมีความน่าสงสารเนื่องจากไม่สามารถยิ้มได้ หรือยิ้มได้แต่เป็นยิ้มที่ไม่สมบูรณ์(ยิ้มเบี้ยว ๆ)

วันนี้มา differential diagnosis อาการที่เรียกว่า smile less syndrome(I create this term by myself)

เนื่องจากการยิ้มอาศัยอยู่2 ส่วนคือ 1) mood 2) motor system ดังนั้นเราก็ DDx จากพื้นฐานอันนี้

1) mood disorder เช่น depression or frontal lobe dysfunction เช่น abulia

2) motor system dysfunction

Weakness: facial weakness divide to UMN and LMN facial weakness( for LMN facial weakness may be called facial palsy if lesion affected to facial nerve) and can be divided to unilateral or bilateral facial weakness

Hypokinetic movement disorder: Parkinson’s disease; we call hypomimia

Hypomimia

คือการที่มีการแสดงออกทางสีหน้าลดลง(reduced degree of facial expression) ซึ่งเป็นคำเรียกรวม ๆ

Facial weakness in Ancient and Art

ได้มีพบหลักฐานทางโบราณวัตถุว่าคนบางคนมีหน้าที่ไม่เท่ากัน(facial asymmetry) โดยรูปปั้นที่เก่าแก่ที่สุดเป็นหลักฐานจากสมัย Egypt 

  รูป A: Clay head from upper Egypt, modeled approximately 4,000 years ago,showing right facial paralysis. It is one of the oldest documents in the history of neurology

 

 

 

 

 

 

 

 รูป B: Chrysaor, the son of Gorgo, with right facial paralysis, Temple of Artemis on the Island of Corfu, from VI to V th century B.C. (photography taken by the Doctor of the King Wilhelm II, when traveling to Corfu and visiting the Temple of Artemis)

 

 

 

 

 

 

 

รอยยิ้มชวนฉงนของภาพเขียนชื่อดัง Monalisa ที่ทำให้ใครหลาย ๆคนมีความสงสัยว่า หญิงวัยกลางคนที่มีใบหน้าอวบอิ่มได้รูปกับรอยยิ้มปริศนานางนี้คิดอะไรอยู่ในใจ พิจารณาจริง ๆแล้วมีรอยยิ้มที่ symmetry หรือเป็นไปได้ว่า Monalisa เป็น facial weakness การที่ Monalisa หันหน้าด้านซ้ายมานั้นเนื่องจากว่า อายที่ด้านขวามีความผิดปกตินั่นเอง

 

 

 

 

 

 

 

ท่าน Sir Charles Bell ผู้ได้ศึกษาเรื่อง facial weakness ได้เขียนบทความไว้ว่า…“the human being’s facial expression fascinates me, because it serves the most basic and bestial pleasure and participates in the strongest and most gentle emotion of spirit”    

โดยที่ Charles Bell นอกจากจะเป็นผู้ที่มีความสนใจในเรื่องนี้แล้วตัวท่านเองยังเป็น facial weakness ด้วย

รูป D:Charles Bell, First Professor of Anatomy and Surgery at the Royal College of Surgeons, London. e himself had right peripheral facial paralysis.

 

 

 

 

Neural control of facial expression

การควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้าซึ่งเป็นกล้ามเนื้อลายนั้นมีการควบคุมทั้งจาก Upper motor neuron และ ในระดับ Lower motor neuron โดย nucleus ของ lower motor neuron นั้นมี nucleus แบ่งเป็น 2 part ได้แก่ upper and lower part โดยที่ upper motor neuron จะมีการcontrol upper part ของ  lower motor neuron ทั้ง 2 ข้าง จึงทำให้เมื่อมีพยาธิสภาพที่ต่างตำแหน่งกันระหว่าง upper motor neuron and lower motor neuron จึงมีลักษณะของfacial weakness ที่แตกต่างกัน

ารแสดงอารมณ์ผ่านทางสีหน้ามีอะไรทีซับซ้อนกว่านั้น: อะไรคือ Mimetic smile?

มาดูผู้ป่วยรายนี้

 

ผู้ป่วยหญิง อายุ 61 ปี มีอาการ left upper motor neuron VII nerve palsy และ hemiparesis จาก infarct ของ right internal capsule.

เมื่อบอกให้ยิ้ม ปากด้านซ้ายไม่สามารถยิ้มได้เหมือนด้านขวา (รูป A). อย่างไรก็ตามเมื่อผู้ป่วยยิ้มและหัวเราะอย่างเป็นธรรมชาติ มุมปากด้านที่เบี้ยวกลับยิ้มได้เหมือนปกติ (รูป B).

คำถามก็คือว่า ทำไมถึงมีความแตกต่างกันระหว่าง การยิ้มภายใต้อำนาจจิตใจ(volitional smile)กับการยิ้มด้วยอารมณ์อย่างเป็นธรรมชาติ(mimetic smile).

คำตอบก็คือมีการควบคุมระบบประสาทในการสั่งงานที่แตกต่างกัน โดย

The corticobulbar tract ควบคุมให้เกิด volitional smile, ในขณะที่ fiber ที่ central tegmental tract ซึ่งมาจาก globus pallidus, thalamus และ hypothalamus ควมคุมให้เกิด mimetic smile.

ดังนั้นในกรณีผู้ป่วยที่ lesion เลือกทำลายที่ corticobulbar tract จึงทำให้มีการเสียการยิ้มภายใต้อำนาจจิตใจ ในขณะที่การยิ้มตามอารมณ์ยังคงปกติ

อย่างน้อยพระเจ้าก็ยังเห็นใจไม่ทำลายรอยยิ้มของผู้ป่วยทั้ง 2 แบบนะ   

“ยังยิ้มได้”

“ยังยิ้มได้”

Advertisements
%d bloggers like this: